:: คำถาม ::
อัสลามุอะลัยกุม ท่านพอจะมีฟัตวา(ข้อชี้ขาดปัญหาศาสนา)ที่ครอบคลุมเกี่ยวกับแนวคิดและเงื่อนไขของการเชือดพลีหรือไม่?
:: คำตอบ ::
วะอะลัยกุมมุสสะลาม
.
เราขอขอบคุณอย่างยิ่งและมีความซาบซึ้งเป็นอย่างมากสำหรับความไว้วางใจที่ท่านได้มอบให้กับเรา
เราขอวิงวอนต่ออัลลอฮฺให้เราบรรลุถึงความคาดหวังเหล่านี้และทำให้เราสามารถปฏิบัติภารกิจของเราที่มีต่อประชาชาติอิสลาม
.
สำหรับคำถามของท่านเกี่ยวกับการเชือดพลีในอิสลาม(หรือที่เรียกในภาษาอาหรับว่า
อุฎฮิยะฮฺ) เราขอย้ำว่าอุฎฮิยะฮฺเป็นพิธีกรรมทางศาสนาอย่างหนึ่งในอิสลาม
ในการที่เราจะได้รำลึกถึงความเป็นหนึ่งเดียวของอัลลอฮฺ ความโปรดปรานของพระองค์ที่มีต่อเราและการภักดีของท่านนบีอิบรอฮีม
ผู้ซึ่งเป็นบิดาของเราและในการทำอุฎฮิยะฮฺนี้ มีความความดีและความจำเริญอันมากมาย
ดังนั้นมุสลิมจะต้องเอาใจใส่ต่อความสำคัญอันยิ่งใหญ่นี้
ต่อไปนี้จะขอสรุปให้เห็นถึงพิธีกรรมที่สำคัญนี้
.
อุฎฮิยะฮฺเป็นการพาดพิงไปยังสัตว์(อูฐ
วัว ควาย หรือแกะ)ในการเชือดพลี
นี่เป็นการทำการอิบาดะฮฺอุทิศเพื่อแสวงหาความโปรดปรานจากอัลลอฮฺเท่านั้น
อุฎฮิยะฮฺเกิดขึ้นในประเทศที่ผู้คนทำการเชือดพลีอาศัยอยู่
ในช่วงเวลาหลังจากละหมาดอีดในวันนะหฺรฺหรือวันอีด อัฎฮา
จนกระทั่งถึงวันสุดท้ายของตัชรีก (วันที่ 13 ของเดือนซุลฮิจญะฮฺ)
ด้วยเจตนาของการเชือดสัตว์พลี ดังที่อัลลอฮฺ ทรงตรัสว่า “ดังนั้นเจ้าจงละหมาดเพื่อพระเจ้าของเจ้าและจงเชือดสัตว์พลี”
สูเราะฮฺ อัล เกาษัร อายะฮฺที่ 2
.
พระองค์ทรงตรัสด้วยว่า “จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า แท้จริงการละหมาดของฉัน และการอิบาดะฮฺของฉัน
และการมีชีวิตของฉัน
และการตายของฉันนั้นเพื่ออัลลอฮฺผู้เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลกเท่านั้น” สูเราะฮฺ อัล อันอาม อายะฮฺ 162
.
“และสำหรับทุ ๆ
ประชาชาติเราได้กำหนดสถานที่ทำพิธีกรรม เพื่อพวกเขาจักได้กล่าวพระนามของอัลลอฮฺ
ต่อสิ่งที่พระองค์ทรงประทานให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเขา คือสัตว์สี่เท้า (เช่น
อูฐ วัว แพะ แกะ) ฉะนั้นพระเจ้าของพวกเจ้าคือพระเจ้าองค์เดียว
ดังนั้นสำหรับพระองค์เท่านั้น
พวกเจ้าจงนอบน้อมและจงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผุ้จงรักภักดีนอบน้อมถ่อมตนเถิด” สูเราะฮฺ อัล หัจญฺ อายะฮฺที่ 34
.
อุฎฮิยะฮฺ
เป็นซุนนะฮฺมุอักกะดะฮฺ(ที่เน้นหนัก) ตามทรรศนะของผู้รู้ส่วนใหญ่ ผู้รู้บางคนกล่าวว่ามันเป็นวาญิบ(บังคับ) เสียด้วยซ้ำ
เรื่องนี้จะอภิปรายในรายละเอียดดังต่อไปนี้
.
หลักการพื้นฐานนั้นจะต้องกระทำตามเวลาที่กำหนดจากผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ในนามของตนเองและสมาชิกคนอื่น
ๆ ในครอบครัวของเขา
และเขาอาจรวมรางวัลการตอบแทนแก่ใครก็ได้ตามที่ปรารถนาทั้งยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตไปแล้ว
:: เงื่อนไขของอุฎฮิยะฮฺ ::
1.สัตว์จะต้องมีอายุตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งแกะจะต้องมีอายุ 6 เดือน แพะต้องมีอายุ 1 ปี วัวต้องมีอายุ 2 ปี และอูฐต้องมีอายุ 5 ปี
.
2. สัตว์ต้องสมบูรณ์ไม่มีข้อบกพร่องเนื่องจากท่านนบี
มุฮัมมัด ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม กล่าวว่า “4 ประการที่ไม่สามารถทำการเชือดสัตว์พลี
สัตว์มีตาเดียวที่มีรอยตำหนิอย่างชัดเจน สัตว์ป่วยที่มีอาการป่วยอย่างชัดเจน
สัตว์พิการที่มีความพิการอย่างชัดเจนและสัตว์ที่ผอมแห้งที่ไม่มีน้ำไขข้อในกระดูก
(ศอฮี้ยฺ อัล ญามิอฺ หมายเลข 886)
.
ส่วนการมีข้อตำหนิเพียงเล็กน้อยนั้นไม่ทำให้สัตว์ขาดคุณสมบัติ
แต่มันเป็นมักรูฮฺ(เป็นที่น่ารังเกียจ)ที่จะทำการเชือดพลีสัตว์ เช่น
สัตว์ที่เขาหรือหูนั้นหายไป หรือสัตว์ที่มีรอยถลอกที่หูของมัน
อุฎฮิยะฮฺนั้นคือการกระทำของการอิบาดะฮฺเพื่ออัลลอฮฺ และอัลลอฮฺ
คือความดีงามที่จะทรงตอบแต่สิ่งที่ดีเท่านั้น
ใครก็ตามที่ให้เกียรติกับศาสนาของอัลลอฮฺ
ดังนั้นจะต้องกระทำสิ่งดังกล่าวนี้ด้วยหัวใจที่มีศรัทธาแรงกล้า
.
3. ห้ามขาย
หากว่าสัตว์ตัวหนึ่งถูกเลือกมาเพื่อทำการเชือดพลี
ดังนั้นมันจึงไม่อนุมัติให้ขายมันหรือแจกจ่ายมันไปในทางอื่นๆ นอกจากจะมีการแลกเปลี่ยนในสิ่งที่ดีกว่า
หากว่าสัตว์นั้นคลอดลูกออกมา ลูกของมันควรจะถูกเชือดพลีไปพร้อมกับมันด้วย
นอกจากนี้ยังอนุญาตที่จะขี่มันหากว่ามีความจำเป็น
หลักฐานสำหรับเรื่องนี้มีรายงานจากอิหม่าม
บุคอรียฺและมุสลิมจากอบู ฮุรอยเราะฮฺ รดิยัลลอฮุ อันฮุ กล่าวว่า ท่านนบี มุฮัมมัด
ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม เห็นชายคนหนึ่งกำลังขี่อูฐและบอกกับเขาว่า “จงขี่มัน” ท่านกล่าวว่า “มันเป็นสัตว์เพื่อการเชือดพลี”
ท่านกล่าวเป็นครั้งที่สองและสามอีกว่า “จงขี่มัน”
.
4. จะต้องเชือดสัตว์พลีในช่วงเวลาที่กำหนด
ซึ่งเกิดเริ่มต้นหลังจากการละหมาดและการคุฏบะฮฺของวันอีด
ไม่ใช่เริ่มเมื่อตอนละหมาดและคุฏบะฮฺกำลังเริ่มขึ้น
จนกระทั่งถึงตะวันตกดินของวันตัชรีกสุดท้าย ซึ่งตรงกับวันที่ 13 ของเดือนซุลฮิจญะฮฺ ท่านนบี มุฮัมมัด ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม
กล่าวว่า “ใครก็ตามที่ทำการเชือดสัตว์พลีก่อนละหมาด เขาจะต้องทำการเชือดสัตว์พลีอีกครั้ง(เพราะการเชือดสัตว์พลีก่อนละหมาดไม่นับว่าเป็นกุรบ่าน)”(บุคอรีย์และมุสลิม)
.
ท่าน อาลี บิน อบี ฏอลิบ รดิยัลลอฮุ
อันฮุ กล่าวว่า “วันแห่งนะหฺรฺหรือการเชือดสัตว์พลีนั้นเป็นวันอัฎฮาและสามวันหลังจากนั้น”
นี่คือทรรศนะของหะซัน อัล บัศรียฺ อะฏออฺ บิน อบู เราะบาหฺ อัล
เอาซาอียฺ อัช ชะฟาอียฺ และอิบนุ อัล มุนซิร รหิมาฮุมุลลอฮฺ
:: จะต้องทำอะไรบ้างกับการเชือดสัตว์พลี ? ::
1.มันเป็นมุสตะฮับหรือส่งเสริมให้กระทำสำหรับคนที่ทำการเชือดสัตว์พลีที่จะไม่รับประทานสิ่งใดในวันนั้นก่อนที่เขาจะรับประทานมันหากว่าเป็นไปได้
เนื่องจากหะดีษของท่านนบี กล่าวว่า “แต่ละคนจะต้องรับประทานจากการเชือดพลีของเขา”
(ศอฮี้ยฺ อัล ญามิอฺ 5349) การรับประทานสิ่งนี้จะต้องหลังจากละหมาดและคุฏบะฮฺอีดแล้ว
นี่คือความเห็นของบรรดาผู้รู้ รวมไปถึง ท่านอลี บิน อบี ฏอลิบ อิบนุ อับบาส
อิหม่าม มาลิก อิหม่าม อัช-ชะฟีอียฺและคนอื่น ๆ
หลักฐานสำหรับเรื่องนี้คือหะดีษของบุรอยเฎาะฮฺ รดิยัลลอฮุ อันฮุ “ท่านนบี มุฮัมมัด ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม จะไม่ออกไปในวันอีดฟิฏรฺจนกว่าท่านจะรับประทาน
และท่านจะไม่กินในวันอีดอัฎฮาจนกว่าท่านจะทำการเชือดสัตว์พลี” (อัล บานียฺ กล่าวว่า สายรางานของมันนั้นศอฮี้ยฺ อัล มิชกาต 1/452)
.
2. จะเป็นการดีกว่าการที่บุคคลหนึ่งทำการเชือดสัตว์พลีด้วยตัวเอง
แต่ถ้าหากว่าเขาไม่เชือด สมควรอย่างยิ่งที่เขาจะต้องปรากกฏตัวขณะที่มีการเชือด
.
3. ส่งเสริมที่จะให้แบ่งเนื้อออกเป็นสามส่วน
ส่วนแรกสำหรับการบริโภคเอง ส่วนที่สองสำหรับการแจกจ่ายเป็นของขวัญ
และอีกส่วนเป็นการแจกจ่ายในการบริจาค นี่คือทรรศนะของอิบนุ มัสอูดและอิบนุ อุมัร
รดิยัลลอฮุ อันฮุมา
บรรดาผู้รู้ต่างเห็นพ้องต้องกันว่ามันไม่เป็นที่อนุญาตที่จะขายเนื้อ
ไขมันหรือหนังของมัน
.
ในหะดีษ ศอฮี้ยฺ ท่านนบี มุฮัมมัด
ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม กล่าวว่า “ใครก็ตามที่ขายหนังของเนื้อสัตว์เชือดพลี
นั้นจะไม่นับว่าเป็นการเชือดพลีสำหรับเขา” ศอฮี้ยฺ อัล ญามิอฺ
6118
.
จะต้องไม่มอบส่วนใดเป็นค่าตอบแทนแก่คนเชือดหรือชำแหละเนื้อ
เนื่องจาก ท่านอบี บิน อบี ฏอลิบ รดิยัลลอฮุ อันฮุ กล่าวว่า “ท่านนบี มุฮัมมัด ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม
สั่งให้ฉันเอาใจใส่กับการเชือดสัตว์พลีและแจกจ่ายเนื้อและหนังของมันในการบริจาค
และจะต้องไม่ให้(เนื้อกุรบ่าน)ส่วนใดก็ตามกับคนฆ่าหรือและชำแหละเนื้อเป็นค่าตอบแทน”
ท่านกล่าวว่า “แต่เราจะให้อย่างอื่นจากสิ่งที่เรามี”
(บันทึกโดย บุคอรียฺและมุสลิม)
.
แต่มีบางส่วนกล่าวว่าอนุญาตที่จะมอบเนื้อ(กุรบ่าน)บางส่วนให้กับคนฆ่าและชำแหละเป็นของขวัญ
และเป็นที่อนุญาตที่แจกจ่ายบางส่วนให้กับคนที่ไม่ใช่มุสลิม หากว่าเขาเป็นคนจน
เป็นญาติพี่น้อง หรือเป็นเพื่อนบ้าน เพื่อที่จะให้เปิดหัวใจของเขามาสู่อิสลาม
.
อัลลอฮฺเท่านั้นผู้ทรงรู้ดียิ่ง
………………………………………
ฝ่ายบริการวิชาการ ศวฮ.
สำนักงานปัตตานี แปลและเรียบเรียง
ข้อมูลจาก www.witness-pioneer.org
#อีดอัฎฮา #ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสำนักงานปัตตานี